โพสต์เมื่อ 08/19/16 3:25 PM | โพสต์โดย: |

13996182_1768838950023571_5701837762112988450_o

“ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก..แต่ใช่ว่า..จะดัดไม่ได้”

การที่ผมจั่วหัวเรื่อง ไว้ตามข้อความด้านบน…เพราะผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง และผมเชื่อว่า…ถ้าทุกท่านคิดว่าเรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นประโยชน์ ก็จักเป็นประโยชน์ แต่ถ้ามองไม่เห็นประโยชน์ ก็ข้ามและลืมมันไปเสีย อย่าเอามาใส่ใจให้ต้องมาคิดเสียเวลาเปล่าๆ

เพราะว่าผมกำลังจะนำพาเพื่อนๆ ทุกท่าน ได้รู้จัก พระสงฆ์รูปหนึ่ง
ที่ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ…สมเป็นพระสุปฏิปันโน..ในยุคปัจจุบันที่ยังทรงธาตุขันธ์อยู่(มีชีวิตอยู่)

ในช่วงชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา จนปัจจุบันอายุได้ 40 ปี
ชีวิตของผมนี้ มีทั้งสุขและทุกข์ ผสมปนเปกันไป ตามภาวะของปุถุชนผู้ถูกกิเลสย่ำยีหลอกให้หลงไปตามกระแสโลก (ที่พูดนี่ ก็ยังหลงอยู่นะ ไม่ใช่ไม่หลง55+)

ในช่วงที่ผ่านมาก่อนทุกวันนี้หลายปี ผมนี้ตระเวนหา ตระเวนทำบุญไปทั่ว เหนือ ใต้ ออก ตก ที่ไหนว่ามีพระดี ทั้งสายเกจิอาจารย์
ทั้งสายปฏิบัติกรรมฐาน ทั้งมหานิกาย ธรรมยุติ ไปหมด

ขอให้ได้ทำบุญ ใส่บาตร ฟังธรรม เช่าวัตถุมงคลต่างๆ
เป็นอันว่าสบายใจ พึงพอใจ
แต่ถ้าจะให้เล่าหมด เดี๋ยวไม่จบครับ

ไปๆ มาๆ การเดินทางแต่ละสถานที่ก็ใช้เวลาเยอะ ปัจจัยก็เยอะตามกัน จนเริ่มๆ มองหา เอ…ใกล้บ้าน เราที่เมืองจันท์นี่มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านใด
พอเป็นเนื้อนาบุญให้เราได้ บ้างน้อ

จนมาวันหนึ่ง ขับรถผ่านในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีนี่แหละ….
อ่อนึกออกแล้ว…ขับรถไปปิดทองงานฝังลูกนิมิต ตามวัดต่างๆ
บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ติดอยู่ข้างทางเชิญชวนประชาสัมพันธ์ร่วมงานสร้างอุโบสถอะไรสักอย่างนี่แหละ
มีรูปโบสถ์ มีรูปพระท่านนึงอยู่ในวงกลม มียันต์ล้อมรอบ

พอเราพิจารณาจากรูปของพระท่านนั้น ความรู้สึกในใจตัวเองบอกว่าพระรูปนี้ท่านเป็นพระที่ดี นะ มีคุณธรรม ดูจากแววตาในรูปท่าน
แววตาท่านใสไร้มารยา มีเมตตา อ่อนโยน เหมือนกับแววตาพระอีกหลายๆ รูป ที่เราเคยไปกราบทำบุญ แววตาแบบนี้เปี๊ยบ!!!

เลยจำชื่อพระ ชื่อวัดมา เสริชหาข้อมูลในกูเกิ้ลด้วย เฟสบุคด้วย
ค้นปุ๊บเจอปั๊บ
ท่านคือพระอาจารย์บุญส่ง ฐิตสาโร
สังกัด วัดสันติวนาราม(ธ) อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

กอปรกับ ช่วงนั้น น้องติ๊ก Tik Promchot ได้เข้าไปช่วยงานทางวัดได้สักพักแล้ว ทั้งประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสาร กำหนดการนิมนต์ต่างๆ บนเฟสบุค ผมก็ติดตามข้อมูลข่าวสารสักพัก ก็ตั้งใจไปกราบท่านเลย

ครั้งแรกที่ไปนี่ ตั้งใจไปกราบทำบุญกับท่าน ซื้อของใช้ต่างๆ ไปถวายเป็นสังฆทาน พวกน้ำยาล้างจาน ไม้กวาด น้ำยาล้างห้องน้ำฟองน้ำ น้ำปานะฯลฯ และร่วมบุญสร้างโบสถ์กับหลวงปู่บุญส่งท่านเป็นจำนวนหนึ่ง ท่านก็เมตตาให้ข้อธรรม และเล่าเกร็ดประวัติของท่าน ตั้งแต่สมัยก่อนบวช จนบวชแล้ว เรียกว่าเป็นเรื่องย่อพอสังเขปได้ประมาณนั้น ทำให้ผมซาบซึ้งใจในธรรมะของท่านและความเมตตาของท่านที่มีต่อผู้เข้าไปกราบสักการะ

พอไปครั้งแรก ครั้งที่สองก็ตามมา ครั้งที่สองนี้ผมไปกะ(น้องต๋อย หมูดำ ฮาตอย) ในครั้งนี้แหละทำให้ฉงนใจ เพราะตอนไปถึงวัด
แม่ชีแสวงออกมาต้อนรับตรงหน้าห้องรับแขกของทางวัดก่อน
แม่ชีแสวงบอกว่า หลวงปู่ท่านให้พระนวดถวายอยู่ที่กุฏิท่าน ผมชะเง้อมองไป เห็นปิดประตูห้องอยู่
(กุฏิหลวงปู่อยู่ด้านหลังห้องรับแขกห่างไปประมาณ 30 เมตร ได้)

ผมกับน้องต๋อย เลยได้นั่งสนทนากับแม่ชีแสวง ถามไถ่กันหลายเรื่องพอประมาณ แต่ตอนท้ายแม่ชีแสวงถามผมว่า โยมศรได้ภาวนาบ้างมั้ย ผมเลยตอบไปว่า ภาวนาบ้างครับ แต่ไม่ได้เข้มข้นเท่าไรหรอก ชาตินี้ก่อนตายขอให้ได้พระโสดาบันก็ยังดีครับ
ถ้าเกิดใหม่อย่างน้อย ก็เหลือ ชาติเดียว สามชาติ เจ็ดชาติ
ผมพอใจแล้วครับ

พอพูดเสร็จสักพักอีก 20 นาที หลวงปู่ท่านก็ขี่รถมอไซต์สามล้อสีแดงที่ท่านใช้ประจำองค์ท่านมา จอด หลวงปู่ท่านก็เดินเข้าไปในห้องรับแขก ผมกะน้องต๋อย เดินตามหลวงปู่เข้าไป พอท่านขึ้นนั่งบนที่นั่งรับแขกท่านได้ ท่านก็หันไปกราบพระประธานในห้องท่านก่อน พวกผมก็กราบพระประธานตามท่าน และกราบท่านตามลำดับ

พอท่านกราบพระเสร็จ ท่านก็หันมาทางผมกับน้องต๋อย ที่นั่งอยู่
คำแรกที่ท่านทักผม…ขอย้ำ…คำแรก*** คือ “อืมม…เป็นพระโสดาบันนี่มันก็ดีนะเกิดแค่ ชาติเดียว สามชาติ เจ็ดชาติ นี่มันก็พ้นทุกข์แล้วนะ”

ผมกับน้องต๋อย ต่างหันหน้ามามองกันโดยมิได้นัดหมาย
ผมงี้..อมยิ้มในใจ พูดไม่ออก ก็คงปล่อยให้ค้างคาใจกับความสงสัยที่เกิดขึ้น ณ เวลาตรงนั้นไปก่อน

หลังจากนั้นมา ผมมีโอกาสเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสรับใช้อุปัฏฐากท่าน ช่วยเหลืองานวัดด้านต่างๆ จนหลังๆ น้องติ๊กเริ่มชวนผม ปลุกปั้นผม(อ่านให้ถูกครับ…ปลุกปั้น) พาผมออกงานติดตามหลวงปู่ ตามที่ต่างๆ แต่ในความคิดของผม…ผมคิดว่าเป็นงานปกติที่ผมออกงาน Event แต่งาน Event นี้ได้บุญตลอด
ผมเลยรับงานนี้เรื่อยมา เพื่อสลับสับเปลี่ยน ให้เบามือศิษย์พี่ติ๊กผมได้ในระดับนึง

จนมาช่วงหลังๆ นี้ผมค่อยซึมซับความเมตตาของหลวงปู่ ข้อธรรมต่างๆ ที่ท่านแสดงออกมา สั่งสอนอยู่เสมอ ธรรมะของท่าน เข้าใจง่าย สามารถนำมาใช้ได้เลยในปัจจุบัน ฟังแล้วเข้าใจเลย
มิต้องแปล หรือตีความอีก ธรรมะที่ท่านแสดงออกมาแต่ละเรื่องสามารถนำไปใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกกาล สถานที่ เลยทำให้ผมคิดว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก..แต่ใช่ว่า..จะดัดไม่ได้”

จากช่วงระยะเวลาที่ติดตามท่าน ได้รับใช้ ถวายงานองค์หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร ทำให้ผมเห็นข้อวัตร ปฏิปทา ความเป็นพระแท้ พระสุปฏิปันโน เมตตาธรรม เมตตาจิต ที่ท่านมีต่อลูกศิษย์ทุกชนชั้น ไม่ว่ายากดี มีจน ร่ำรวย ขนาดไหน ผมการันตรีให้เลยว่า
หลวงปู่ท่านเมตตาเสมอกันหมด ไม่มีศิษย์โปรด ศิษย์รัก ศิษย์พิเศษ แต่อย่างใด ใครมาทำบุญกับท่าน พอหายหน้าไป ท่านก็จะเอ่ยถามถึงศิษย์ท่านนั้นอยู่เป็นบางวาระ ว่าเอ เดี๋ยวนี้โยมนั่น โยมนี่ ไม่เคยเห็นเลยนะ เป็นต้น

ผมจึงขออนุญาต บอกบุญ เชิญชวน ทุกๆ ท่านว่า ในวันนึงที่
ทุกท่านมีโอกาส ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างบุญบารมีกับหลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร แห่งวัดสันติวนาราม อ.แห่งหางแมว จ.จันทบุรี มาร่วมบุญสร้างโบสถ์ ซื้อที่ดินกับท่าน โบสถ์ที่ปัจจุบัน เรียกว่าใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศ เฉพาะตัวโบสถ์มีพื้นที่ถึง 5 ไร่ ที่ถูกสร้างขึ้น เด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา เป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การมาปฏิบัติธรรมภาวนาอย่างยิ่ง

***วันนี้หลวงปู่ท่านยังทรงธาตุขันธ์อยู่ ใกล้ครบรอบอายุวัฒนะมงคล 80 ปี ในปีหน้า (ปี 2560)

***วันนี้ท่านยังแข็งแรงอยู่ ที่สามารถแสดงธรรม ให้ข้อธรรม แก่ผู้มากราบสักการะร่วมทำบุญได้กับองค์ท่าน

***วันนี้ท่านเมตตาประกอบเหตุไว้ให้แก่เหล่าลูกศิษย์ทุกท่านแล้ว ในการต่อยอดสร้างความดี สร้างบุญบารมีร่วมกับองค์ท่าน

***วันนี้หลวงปู่ท่านเป็นเนื้อนาบุญโดยแท้ ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ เรียกว่าหลวงปู่ท่านเป็นนาแปลงดี ที่พวกเราสามารถหว่านเมล็ดพันธุ์(การบำเพ็ญ ทานบารมี)
ได้อย่างดี ได้อย่างเต็มที่ ได้อย่างมิต้องลังเลสงสัย

***เหมือนดังที่หลวงปู่ท่านกล่าวว่า ถ้าใครในอดีตมิได้ร่วม
สร้างบุญบารมีมากับท่าน หรือเป็นลูกหลาน อธิษฐานตามท่านมา
ก็ยากที่จะเข้ามายังวัดนี้ได้***

สุดท้ายนี้…ผมขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ..และคาดหวังว่าจะได้พบเจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ อีกหลายๆ ท่าน ที่จะมาร่วมสร้างบุญบารมีกับหลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร ครับ

จากคุณ ศร จันทบุรี

แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก..แต่ใช่ว่า..จะดัดไม่ได้